มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๓
(National Science and Technology Fair 2020)

กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี กับหลากหลายกิจกรรมและ
มากมายองค์ความรู้ที่เปิดจินตนาการ สร้างความตื่นเต้น สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างความ
ตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชนและประชาชนไทย

วันที่ 13 – 23 พฤศจิกายน 2563
อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

ชื่องาน มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2563
แนวความคิด “จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีแห่งนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน”

รูปแบบจัดแสดง HYBRID Event (On ground and Online Platform)
จัดแสดงในรูปแบบใหม่ “Virtual Science Fair”  ใน 2 ช่องทาง ได้แก่

  1. On Ground Platform จัดแสดงระหว่างวันที่ 13 – 23 พฤศจิกายน 2563
             ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
    กับหลากหลายความรู้ ความสนุกสนาน กับกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
    จำกัดผู้เข้าชมงานในแต่ละรอบ ตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19
    ดูรายละเอียดและลงทะเบียนจองสิทธิ์เข้าชมงานล่วงหน้า ได้ที่ www.thailandnstfair.com 
  2. Online Platform เปิดให้เข้าขมตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป
    ทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่
            ๐ 3D Virtual Exhibition นิทรรศการเสมือน 3 มิติ ที่จะนำทุกท่านเสมือนเข้าชมงานจริง
    จัดเต็มกับความรู้ ความสนุกสนาน ของ 6 นิทรรศการหลักของงาน ได้แก่ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ (ROYAL PAVILION)  นิทรรศการ 1 วัน (บนดาว) อังคาร (SOL#1 : A DAY ON MARS)  นิทรรศการมหันตภัยจิ๋ว (MICRO MONSTER)  นิทรรศการขบวนการพิทักษ์พืช พิทักษ์โลก (PLANT RANGER)  นิทรรศการเจาะนวัตกรรมเกม (TECH BEHIND GAMES)  นิทรรศการอนาคตออกแบบได้ (SUSTAINABLE DESIGN)
    เปิดให้เข้าชมในรูปแบบ 3 มิติ พร้อมชมกิจกรรมออนไลน์มากมายที่ www.thailandnstfair.com
            ๐ 360 Live Streaming ถ่ายทอดสดในมุมมอง 360 องศา รับชมนิทรรศการภายในงาน พร้อมการเยี่ยมชมงานของพรีเซ็นเตอร์และคนดัง ร่วมสนุกกับกิจกรรมและการเล่นเกมแจกของรางวัล Limited Edition ได้ ตลอดการจัดงานทุกวัน 13-23 พฤศจิกายน 2563 ทางเฟซบุ๊กของงาน NSTFair Thailand  โดยติดตามกำหนดการ Live Streaming  สาระความรู้ของงาน และไม่พลาดกับข่าวสารกิจกรรมของงาน
    ทุกท่านกดติดตามได้ที่ www.facebook.com/nstfairTH 

หน่วยงานร่วมจัดแสดง

           รวม 93 หน่วยงาน จาก 11 ประเทศ (รวมประเทศไทย)

  • หน่วยงาน สังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำนวน 31 หน่วยงาน
  • หน่วยงาน ภาครัฐ จำนวน 11 หน่วยงาน
  • หน่วยงาน ภาคเอกชน จำนวน 11 หน่วยงาน
  • หน่วยงาน สภาสมาคม/สมาคม จำนวน 4 หน่วยงาน
  • หน่วยงาน มูลนิธิ จำนวน 2 หน่วยงาน
  • หน่วยงาน ต่างประเทศ จำนวน 34 หน่วยงาน

จัดงานโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 

ดำเนินงานโดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ 

ความเป็นมา

เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2525 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เป็น “พระราชบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคม เป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ”

ในปี พ.ศ. 2527 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ในเวลานั้น) ได้จัด “งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 18 – 24 สิงหาคม 2527  โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการต่างๆ จนได้รับความสนใจทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป ทำให้คณะรัฐมนตรีเล็งเห็นความสำคัญ และเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2528 คณะรัฐมนตรีจึงได้อนุมัติให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ในเวลานั้น) เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งภาครัฐและเอกชนจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช

“พระราชบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” โดยดำเนินการจัดงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ” เป็นประจำทุกปี

นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันที่ 19 ตุลาคม ของทุกปีเป็น “วันเทคโนโลยีของไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย”  และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”

ต่อมา การจัดงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ในส่วนกลาง ที่กรุงเทพมหานคร ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งจากภาครัฐ เอกชน เป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีการเพิ่มเติมกิจกรรม รูปแบบการจัดงาน ให้มีความยิ่งใหญ่และได้รับความสนใจจากนักเรียน เยาวชน และประชาชนทั่วไปเข้าชมงานเป็นจำนวนมาก  ดังนั้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ในเวลานั้น) โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จึงได้จัดงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ในส่วนกลาง ที่กรุงเทพมหานคร โดยใช้ชื่อว่า มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งเป็นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2563

กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี กับหลากหลายกิจกรรมและมากมายองค์ความรู้ที่เปิดจินตนาการ
สร้างความตื่นเต้น สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชนและประชาชนไทย

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2563

         เป็นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีที่เฉลิมฉลองในโอกาสวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติวันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี  โดยเป็นโอกาสสำคัญ ในการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ในฐานะพระราชบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะ พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย และพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย

         จากความสำเร็จของการจัดงานมาอย่างต่อเนื่องทุกปี นับตั้งแต่ปี 2549 ได้สร้างปรากฏการณ์การเรียนรู้อย่างมากมายมหาศาลแก่เยาวชนไทย และในปี 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สานต่อความสำเร็จของการจัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2563” ภายใต้แนวคิด 

"จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีแห่งนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน"

โดยในปี 2563 มีแนวทางการดำเนินงานทางวิชาการ ตามนโยบายที่สำคัญ ดังนี้

  • นโยบาย “BCG Model: Bio-Circular-Green Economy” ประกอบด้วย 3 เศรษฐกิจหลัก ได้แก่
    Bio-Economy ระบบเศรษฐกิจชีวภาพเพื่อมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า โดยเชื่อมโยงกับ
    Circular Economy ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และภายใต้ Green Economy ระบบเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อโลกอย่างยั่งยืน
  • ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การถอดรหัสศาสตร์พระราชา
  • กระบวนการและเป้าหมายการพัฒนาประเทศเข้าสู่ Thailand 4.0
  • นำเสนอเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในประเด็นปัจจุบันของโลก ได้แก่
    เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals, SDGs),
    ปีสากลแห่งสุขภาพพืช (IYPH, International Year of Plant Health)  และปีสากลแห่งการพยาบาลและ
    ผดุงครรภ์ (International Year of the Nurse and the Midwifery) เพื่อรำลึกถึง ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ผู้บุกเบิกและวางรากฐานวิชาชีพการพยาบาล

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช “พระราขบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”
  2. เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”
  3. เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงมีคุณูปการต่องานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษาของประเทศไทย
  4. เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและพัฒนา ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศและ นานาชาติ โดยเฉพาะผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของประเทศ
  5. เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ แก่เยาวชน และประชาชนทั่วไป
  6. เพื่อกระตุ้นความสนใจและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศ พัฒนาคุณภาพชีวิต เพิ่มมูลค่าผลผลิต และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
  7. เพื่อสร้างเวทีสำหรับเยาวชน และนักศึกษา ได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกทาง ความคิดและการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ เตรียมพร้อมสู่การเป็นนักเทคโนโลยีและนวัตกรรมรุ่นใหม่ของประเทศในอนาคต
  8. เพื่อเปิดเวทีแห่งการเรียนรู้ สำหรับประชาชนทั่วไปในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์


    วันเวลา และสถานที่จัดงาน:

  1. On Ground Platform
    วันที่ 13 – 23 พฤศจิกายน 2563
    ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
  2. Online Platform
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป
    ทางแพลตฟอร์มออนไลน์เว็ปไซต์ www.thailandnstfair.com
    และเฟสบุ๊ค  www.facebook.com/nstfairTH