
18 สิงหาคม "วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ" NSM ชวนตามรอยพระอัจฉริยภาพ ร.4 เที่ยว NST Fair 2026
เปิดโลกวิทยาศาสตร์–นวัตกรรม 99 หน่วยงาน จาก 8 ประเทศ เนื่องในวันที่ 18 สิงหาคม “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เชิญชวนเด็ก เยาวชน ครอบครัว และประชาชน ร่วมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 “พระราชบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”
พร้อมตามรอยพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์จากอดีตสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคตในงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569” หรือ NST Fair 2026 ภายใต้แนวคิด “Intelligence in Science for a Sustainable Future” หรือ “วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM กล่าวว่า วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปีมีความสำคัญต่อวงการวิทยาศาสตร์ไทย เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่รัชกาลที่ 4 ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ณ บ้านหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ พ.ศ. 2411 ได้อย่างแม่นยำ ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อปี 2525 เทิดพระเกียรติพระองค์เป็น “พระราชบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคมเป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ก่อนพัฒนาการจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ฯ สู่ “งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ” ในปัจจุบัน
NST Fair 2026 ปีนี้จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 4, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทยและพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ พร้อมเป็นพื้นที่เผยแพร่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศ กระตุ้นความสนใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเห็นเส้นทางอาชีพในอนาคต
NST Fair 2026 พาเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากพระอัจฉริยภาพไทยสู่เทคโนโลยีอนาคต ไฮไลต์สำคัญเนื่องในวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ คือ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ Royal Pavilion ที่ชวนผู้ชมตามรอยพระปรีชาญาณและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ ผ่านเรื่องราวการใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาประเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
Royal Pavilion เริ่มจาก The Intelligent Science ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพของรัชกาลที่ 4 ด้านวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ รวมถึงการคำนวณสุริยุปราคาที่หว้ากอ ต่อด้วย The Intelligent Earth พระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 9 ในการใช้วิทยาศาสตร์แก้ปัญหาดินและฟื้นฟู
ทรัพยากรธรรมชาติ และ The Intelligent Rain การสืบสานและต่อยอดศาสตร์ฝนหลวงในรัชกาลที่ 10 ด้วยเทคโนโลยีอากาศยาน เพื่อบริหารจัดการน้ำและช่วยลดปัญหาฝุ่นควัน
นอกจากนี้ Royal Pavilion ยังนำเสนอ The Intelligent Forest พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้านการฟื้นฟูป่าและสร้างอาชีพแก่ชุมชน, The Intelligent Biodiversity พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและพันธุกรรมพืช และ The Intelligent Ocean พระกรณียกิจของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์
4 นิทรรศการชวนมองวิทยาศาสตร์ผ่านเรื่องใกล้ตัว
ภายในงานยังมี 4 นิทรรศการหลักที่ชวนประชาชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านเรื่องใกล้ตัว ตั้งแต่แร่หายาก AI ระบบนิเวศท้องทุ่ง ไปจนถึงดอกไม้ นิทรรศการ Rare Earth: The Invisible Power หรือ “ตามล่าหาแร่” พารู้จักธาตุหายากที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีรอบตัว ตั้งแต่อุปกรณ์ไอที รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อมเรียนรู้ที่มา การสกัด และแนวทางใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน นิทรรศการ AI Revolution: The New Human Edge ชวนสำรวจโลกของปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่การเรียนรู้ของเครื่องจักรไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI ในการแพทย์ วิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม ศิลปะ และชีวิตประจำวัน พร้อมตั้งคำถามถึงอนาคตของการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับ AI นิทรรศการ The Hidden World of Rangelands หรือ “ความลับของท้องทุ่ง” เปิดมุมมองต่อท้องทุ่งในฐานะส่วนสำคัญของระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหาร ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ สัตว์ และธรรมชาติ นิทรรศการ Over the Bloom – ดอกไม้เปลี่ยนโลก ชวนค้นพบคุณค่าของดอกไม้ที่มากกว่าความสวยงาม ตั้งแต่การสืบพันธุ์ การเดินทางของเรณู ไปจนถึงบทบาทต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
การจัดนิทรรศการแต่ละส่วนจึงไม่ได้มุ่งนำเสนอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เชื่อมโยงความรู้กับเรื่องใกล้ตัว ตั้งแต่ทรัพยากรธรรมชาติ เทคโนโลยี AI ระบบนิเวศ ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตรอบตัว ผ่านการสังเกต ทดลอง และตั้งคำถามด้วยตนเอง เพื่อให้เด็กและเยาวชนเห็นว่าวิทยาศาสตร์สามารถนำมาใช้ทำความเข้าใจปัญหา ต่อยอดการเรียนรู้ และเชื่อมไปสู่ทักษะหรืออาชีพในอนาคตได้
นายสุวรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราอยากให้วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติเป็นมากกว่าวันที่เด็ก ๆ จดจำเหตุการณ์สุริยุปราคา แต่เป็นวันที่ทุกคนได้เห็นว่า วิทยาศาสตร์ที่เริ่มต้นจากการตั้งคำถาม การสังเกต และการพิสูจน์ สามารถเชื่อมโยงมาถึงชีวิตของเราทุกคน"
"วันนี้เด็กคนหนึ่งอาจเข้ามาเที่ยวงานเพราะอยากรู้เรื่อง AI แร่หายาก ดอกไม้ อวกาศ หรือเรื่องที่ตัวเองสนใจ แต่สิ่งที่เราอยากให้เขากลับไปคือความอยากรู้ และเห็นว่าวิทยาศาสตร์สามารถเปิดเส้นทางการเรียน อาชีพ และโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชีวิตของเขา รวมทั้งนำไปใช้สร้างประโยชน์ให้กับประเทศได้” นายสุรวงศ์ให้ความเห็นในช่วงท้าย
NSM ขอเชิญชวนครอบครัวและผู้สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ในงาน NST Fair 2026 ระหว่างวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00–19.00 น. ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เข้าชมฟรี
เครดิตภาพและที่มาข่าว: Bangkok X (bangkokx.me) — https://bangkokx.me/News/1200/WorkWithUs/18-nsm-4-nst-fair-2026